Skip to content

How to Learn A New Language by Yourself

 

How to Learn A New Language by Yourself เรียนภาษาวิธีง่ายๆ ด้วยตัวเอง

 

  1. Choose a Language เลือกภาษาที่อยากเรียน

หา Passion ในการเรียนภาษา ลองถามตัวเองก่อนว่าทำไมเราถึงอยากเรียนภาษานั้น  เช่น เราต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศมีแพลนจะย้ายไปต่างประเทศ ต้องการหาเพื่อน ต้องการหางาน หรือแม้แต่เหตุผลง่ายๆ แค่ใจรักก็ได้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียน อย่าเรียนตามกระแส อย่าเรียนเพราะเห็นคนอื่นเค้าเรียนกัน เพราะถ้าเราไม่ได้ชอบเราจะหมดกำลังใจและเบื่อหน่าย

ถ้าเรามีเป้าหมายของตัวเอง วันนึงถ้าเราท้อ เราจะสามารถเตือนตัวเองได้ว่า ทำไมเราถึงอยากเรียนภาษานี้ตั้งแต่แรก

 

  1. Set your Goal หรือตั้งเป้าหมายว่าต้องการเรียนไปให้ถึงระดับไหน ในระยะเวลาเท่าใด

ถ้าเราเรียนเพราะใจรักเฉยๆ แบบเรียนไปเรื่อยๆ เพราะเราสนุกกับมัน เป้าหมายอาจจะไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นแต่ถ้าเราตั้งใจจะสื่อสารได้ในระดับใดระหนึ่งหนึ่ง เราก็ควรจะตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

ซึ่งมันไม่จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายที่ซีเรียสและวิชาการจ๋ามาก อาจจะเริ่มจากเป้าหมายง่ายๆ แบบ ภายใน 1 เดือน อยากจำศัพท์ใหม่ๆได้ 200 คำ อยากอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ อยากดูการ์ตูนเรื่องนี้เป็นภาษาอังกฤษได้ ฟังเพลงง่ายๆ รู้เรื่องอะไรแบบนี้ก็ได้  แต่ถ้าจะตั้งเป้าหมายจริงจังไปเลยก็ได้นะ แบบ อยากสอบผ่านระดับ C2 อยากได้ โทอิค เกิน 900 อะไรแบบนี้ก็ว่าไป

  1. Notebook หาสมุดโน้ตซักเล่มไว้จดบันทึกคำศัพท์หรืออะไรก็ตามที่เราเรียน เพราะการเขียนจะช่วยให้เราจดจำได้ดีขึ้น

 

 

  1. Grammar Resources หาหนังสือดีๆ ซักเล่ม หรือเว็ปไซต์ที่เชื่อถือได้ ทีเอาไว้เป็นคัมภีร์แกรมม่า ไว้ค้นเวลาที่เรามีข้อสงสัย เราอ่านจะเรียนรู้จากหลายช่องทาง แต่เราควรมีสิ่งทีเรายึดถือเป็นหลักไว้ด้วย มิฉะนั้นมันจะจับจุดลำบาก ว่าเราเรียนรู้ไปถึงขั้นไหนแล้ว ส่วนตัวเราจะยึดจากหนังสือเรียนแกรมม่าดีๆซักเล่ม เพราะมันจะช่วยให้เห็นหัวข้อเรื่องหลักๆ ที่เราควรจะรู้ แล้วหาความรู้จากแหล่งอื่นเพิ่มเติมไปด้วย

 

  1. Dictionary แล้วแต่คนชอบนะ จะค้นหาความหมายของคำศัพท์ออนไลน์ก็ได้ แต่บางคนก็ชอบถือเป็นเล่มๆมากกว่า
  2. พยายามเรียนรู้จดจำคำศัพท์ใหม่ๆ Digital Flashcard ANkiapp.com

 

 

 

เริ่มต้นเรียนภาษา

ทุกภาษาไม่ว่าภาษาอะไร  เรื่องหลักๆที่เราต้องเรียนรู้คือ  คำศัพท์ แกรมม่า และ 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน

เทคง่ายๆ ในการเรียนภาษาด้วยตัวเอง คือ

 

สร้าง routine

การเรียนด้วยตัวเองสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้าง Routine เวลาที่เราสมัครเรียนตาม class ต่างๆ เราก็จะต้องไปเข้าเรียนตามที่สมัครไว้ เสียเงินค่าเรียนแล้วจะไม่ไปก็เสียดาย บางคลาสอาจจะมีการเช็คชื่อเลยเหมือนเป็นการบังคับตัวเองไปในตัว แต่การเรียนด้วยตัวเอง จะไม่มีใครคอยมาจี้ มากดดันเรา เพราะฉะนั้น วินัยในการเรียนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองเกินไป อาจจะตื่นมาตอนเช้า เรียนซักอย่างน้อย 30 นาทีก่อนไปทำงาน ไปเรียน หรื ก่อนนอนซัก 30 นาทีหรือหนึ่งชั่วโมง อะไรแบบนี้ก็ได้ แล้วทำให้เป็นประจำสม่ำเสมอ นอกจากนี้ก็ควรมีเวลาพักบ้างให้สมองได้พักผ่อน เช่น เรียน จ-ศ แล้วพักเสาร์อาทิตย์ แต่อย่าทิ้งช่วงนานเกินไปเพราะเราจะลืม

 

 

เริ่มจากฟังก่อน

ฟังเยอะๆ ฟังไปเถอะ รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้างก็ไม่เป็นไร

การฟังจะทำให้เราคุ้นเคยกับภาษานั้น คุ้นเคยกับการออกเสียงคำต่างๆ คุ้นเคยกับสำเนียง

อาจจะเริ่มจากการฟังแพลง ฟัง Podcast  พอเราเริ่มฟังเยอะขึ้น เราจะเริ่มเลียนเสียงได้  หลังจากนั้นการอ่านและเขียนได้ก็จะค่อยๆ ตามมา

 

เทคนิคส่วนตัว

เราชอบฟังเพลงเป็นภาษาที่เราเรียน หาเพลงช้าๆ ฟังง่ายๆ อ่านเนื้อเพลงไปด้วย หาความหมายของคำที่ไม่รู้ ฟังการออกเสียง ไม่เข้าใจทั้งหมดไม่เป็นไร ฟังผ่านๆ พอ อย่าไปซีเรียส ถือว่าเป็นการเรียนคำศัพท์ใหม่ๆ จากเพลง แล้วก็ไม่จำเป็นต้องพยายามไปจำทุกคำหรอก  เอาแค่สนุกสนานและได้ความรู้แบบกรุบกริบ

 

 

ดูซีรีย์ที่เป็นภาษานั้น เลือกฟัง Soundtrack ภาษานั้น เปิด Subtitle ไปด้วยก็ได้ อย่าอ่านแต่ Subtitle อย่างเดียว

พยายามฟังด้วย ฟังไม่ออกไม่เป็นไร แค่ได้ทำความคุ้นเคยกับเสียงของคำ ช่วยให้รู้การออกเสียงของคำนั้นๆ  Intonation น้ำเสียง การออกเสียงสูงต่ำ ของคำนั้นเป็นอย่างไรก็ถือว่าโอเคมากแล้ว

 

 

 

อ่านเยอะๆ

เริ่มต้นจากการอ่าน Children Book หรือพวกหนังสือนิทานของเด็กเลยจ้า อ่านง่าย เข้าใจง่าย มีรูปภาพประกอบสวยๆไปอีก

อีกเทคนิคที่เราใช้บ่อยคือ นิยายแปลทั้งหลาย เมื่อก่อนเราจะอ่านทั้งฉบับแปลไทยและต้นฉบับภาษาอังกฤษเลย ได้เห็นเทคนิคการแปลด้วย เพิ่มพูนความรู้ไปในตัว

 

 

ใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์

ติดตาม Social Media ของ Native speaker ภาษานั้นๆ  เช่น ช่อง YouTube ที่สอนภาษาอังกฤษโดยเจ้าของภาษา

หาคนที่เราชอบ รู้สึกว่าฟังแล้วเข้าใจง่าย เราจะฟังเพลิน ไม่มีเบื่อ

ฟังเยอะๆ โดยไม่จำเป็นต้องเน้นเรื่องแกรมม่าหรือเนื้อหาสาระวิชาการอย่างเดียว

ช่องจิปาถะ  แนวๆ Talk Show เช่น Ted Talk หรือ Ted-Ed ที่เป็นพวกการ์ตูนก็ช่วยฝึกภาษาได้เยอะทีเดียว

พวก Free Application ฝึกภาษาต่างๆ ก็เป็นอีกเครื่องมือนึงที่ทำให้การเรียนภาษาไม่น่าเบื่อ ตัวที่รู้จักกันเยอะๆ ก็อย่างDuolingo  มีให้เรียนหลายภาษาเลย ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียวแหละ

 

 

หาเพื่อนเจ้าของภาษา

 

 

 

พูดกับตัวเอง

แทนที่จะคิดเป็นภาษาไทยและแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษอีกทีนึง

พยายามคิดเป็นภาษาอังกฤษ การคิดคำและประโยคต่างๆเป็นภาษาอังกฤษ จะช่วยให้ทักษะภาษาเราพัฒนาขึ้นเราจะคิดได้เร็วขึ้น ทำให้การสนทนาคล่องขึ้นและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

 

ช่วยให้การจำคำศัพท์ง่ายขึ้น

เพราะการจำศัพท์ใหม่ๆ โดยการจำเป็นตัวอย่างประโยคที่ใช้คำศัพท์นั้นๆ จะทำให้เราจดจำได้ง่ายกว่าการท่องศัพท์แบบเดี่ยวๆ

เวลาเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ พยายามเรียนคำศัพท์ที่ใกล้เคียง ตรงข้าม หรือรูปแบบอื่นๆ ของคำศัพท์นั้นไปด้วย เพื่อต่อยอดคลังคำศัพท์ของเรา

 

มั่นใจในตัวเอง

อย่ากลัวที่จะทำผิด  เอาตัวเองไปอย่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษอยู่ตลอดเวลา ให้ภาษาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา  เช่น เปลี่ยนภาษาในโทรศัพท์มือถือให้เป็นภาษาอังกฤษ ดูหนัง soundtrack ฟังเพลงภาษาอังกฤษ ฟังข่าว หรือ podcast ภาษาอังกฤษ และที่สำคัญที่สุดคือหาโอกาสพูดคุยสนทนากับเจ้าของภาษา อย่ากังวลว่าสำเนียงจะไม่เป๊ะ แกรมม่าผิดๆถูกๆ จำไว้ว่าทุกคนเริ่มจาก beginner เสมอ

เรียกว่าเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวให้เป็นภาษาอังกฤษให้หมด

 

มีวินัยในการเรียนอย่างสม่ำเสมอ

อย่าอ้างว่าไม่มีเวลา เรามีเวลาเสมอ ถ้าสิ่งที่เราต้องการทำมันมีความสำคัญพอ จัดสรรเวลาเพื่อการเรียน ทบทวนภาษาอย่างสม่ำเสมอ กำหนดเวลาที่จะเรียนในแต่วันหรือแต่ละสัปดาห์ให้แน่นอน เช่น วันละ 30 นาที วันละชั่วโมง หรือสัปดาห์ละสองวันในวันเสาร์และวันอาทิตย์ หัวใจสำคัญของการเรียนคือ ความสม่ำเสมอ

พยายามฝึกให้ครบทั้ง 4 ทักษะ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน  และใช้ภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

เขียนไปด้วย take not, diary ทุกสิ่งอย่าง เป็นภาษาที่เรากำลังเรียน

 

ตั้งเป้าหมายแบบจับต้องได้

 

ลองทดสอบระดับความรู้ของตนเองจากแบบทดสอบต่างๆ หรือไปลองสอบวัดระดับเพื่อให้เห็นพัฒนาการของตัวเอง รู้ว่าเรามีจุดเด่น จุดด้อย ตรงไหน และควรต้องปรับปรุงอะไร

 

การอ่าน ถ้าเรายังรู้คำศัพท์ไม่มาก หนังสือนิทานเด็กนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี นอกจากนี้ พวกหนังสืออ่านนอกเวลาต่างๆ ก็มีตัวเลือกหลายระดับตั้งแต่ง่ายไปจนถึงยาก เลือกหนังสือให้เหมาะกับระดับความรู้ของตนเองหรือยากกว่าเล็กน้อย อย่าพยายามฝืนตัวเองโดยอ่านหนังสือที่ยากเกินไป เพราะจะทำให้เราท้อ

อย่าผัดวันประกันพรุ่ง

 

 

 

เทคนิค

หาความเชื่อมโยง ว่ามันเกีย่วข้องกับชีวิตเรายังไง สำคัญกับเรายังไง

ฟังเยอะๆๆๆๆๆ พูดเยอะๆๆๆๆๆๆ

รีแลกซ์ อย่าเครียด ถ้าเรามี passion และรักมัน เราจะเรียนได้เร็วกว่าเราฝืนตัวเองและพยายามกดดันตัวเอง

 

1 ฟังเยยอะ

Brain soaking

ไม่ต้องไปสนใจว่าจะรู้เรื่องมั้ย ฟังเสียงที่ออกมา ฟังคำ สำเนียง

 

Body language ช่วยได้เยอะ

 

สร้างประโยคไม่ได้ ไม่เป็นไร พูดเป็นคำๆ ก็ได้ เหมือนเด็กๆ

เวลาเราไปต่างประเทศ เราก็ใช้เทคนิคนี้  พูดเป็นคำๆ ไม่เน้นประโยคสวยงาม

 

What is that?

How can you say that?

I don’t understand?

 

หา native ที่ช่วยฝึก เหมือนพ่อแม่สอนลูก

 

Copy เสียง ดูหน้า ดูปาก

 

 

 

 

  1. Talk to yourself

ฝึกออกเสียง ฝึกพูดเยอะๆ ไม่รู้จะพูดกับใครก็พูดกับตัวเองก็ได้ ตื่นมาตอนเช้าลองนึกประโยคในชีวิตประจำวันเป็นภาษาที่เราเรียน

 

Tips for Learning a new Language

 

  • ตั้งค่าภาษาในโทรศัพท์ให้เป็นภาษาที่เราต้องการเรียน เราใช้ทุกวัน เราน่าจะคุ้นและพอจะเดาได้อยู่แล้วว่า เมนูอะไรอยู่ตรงไหน ไม่ต้องกลัวหลง
  • เขียน Journal หรือ ไดอารี่เป็นภาษาที่เราต้องการเรียน ประโยคง่ายๆ วันนี้ตื่นกี่โมง ทำอะไรบ้าง กินอะไร ไปไหน ยังไง ลองเขียนดู เราจะได้ค้นหาศัพท์ใหม่ๆ ที่เราไม่รู้ ไปด้วยในตัว
  • ฟัง Podcast เป็นภาษาที่เราต้องการเรียน ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราก็จะได้ยินการออกเสียงคำต่างๆ น้ำเสียง โทนเสียง สำเนียง และรูปประโยค  
  • ฟังเพลง ฟังผ่านๆ แล้วลองดูว่าได้ยินคำไหนบ้าง หลังจากนั้นลองฟังพร้อมกับดูเนื้อเพลงไปด้วย ลองหาศัพท์ที่เราไม่รู้จากเนื้อเพลงที่เราชอบ  วิธีนี้จะได้ทั้งความบันเทิงและสาระไปพร้อมกัน
  • ทดสอบทักษะการฟังของเรา อาจจะดูจาก Youtube ช่องสอนภาษา ที่สอนโดยเจ้าของภาษานั้นๆ แล้วลองฟังดูว่าเราฟังรู้เรื่องแค่ไหน
  • ถ้ามีเพื่อนที่เป็นเจ้าของภาษา ก็พยายามฝึกคุยบ่อยๆ หรือใช้แอพหาเพื่อนออนไลน์ต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ในการเรียนภาษาก็ได้
  • ฝึกพูดกับตัวเอง โดยเริ่มจากลองพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเป็นภาษาที่เราต้องการเรียน ลองจินตนาการว่า เราจะเล่าเรื่องในชีวิตประจำวันของเราให้เพื่อนชาวต่างชาติฟัง เราจะพูดว่าอย่างไรได้บ้าง
  • สะสมคลังศัพท์เยอะๆ เวลาเจอศัพท์ใหม่ๆ ก็จดบันทึกไว้ อาจจะแบ่งเป็นหมวดตามความสนในของเรา หรือทำเป็น Flashcard ไว้อ่านเล่นเพลินๆ หรือถ้าใครไม่ชอบแบบกระดาษ ลองใช้แบบที่เป็นดิจิตอลที่เว็ป AnkiApp ก็ได้
  • ดูหนัง ดูละคร ดูซีรี่ย์ เป็น Soundtrack แล้วเปิด sub ไปด้วยก็ได้ เราจะได้ทั้งศัพท์ใหม่ๆและได้เห็นรูปประโยคที่เป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นภาษาพูดจริงๆที่ไม่ได้มีแต่เฉพาะประโยคทางการในหนังสือเรียน
  • Follow พวกดารานักร้อง คนดังที่เป็นเจ้าของภาษาที่เราต้องการเรียน เราจะได้เห็นตัวอย่างการใช้ประโยคของคนที่พูดภาษานั้นจริงๆไปด้วย
  • ทุกครั้งที่เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ เราควรฝึกใช้คำศัพท์นั้นในการแต่งประโยคไปด้วยเลย เพราะการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างคำศัพท์ที่เราต้องการจะจำกับประโยคจะช่วยให้เราจำศัพท์ง่ายขึ้น เมื่อเทียบกับการพยายามจดจำคำศัพท์และความหมายของคำแบบเดี่ยว
  • ฝึกออกเสียง ฝึกพูด ถ้ามีเพื่อนเรียนก็ชวนเพื่อนคุย ถ้าไม่รู้จะคุยกับใครก็พูดคนเดียวกับตัวเองนี่แหละ ลองหาวีดิโอที่สอนสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ แล้วลองออกเสียงตาม ลองพูดตามเค้า อัดเสียงตัวเองแล้วลองฟังดูเทียบกับต้นฉบับของเจ้าของภาษาไปด้วยก็ได้ ว่าเราออกเสียงถูกมั้ย ค่อยๆฝึกบ่อยๆ เราจะออกเสียงคล่องและชัดเจนขึ้น