จิปาถะปะปัง ว่าด้วย Tenses ในภาษาอังกฤษ
พอเรากล่าวว่า There are 12 tenses in English language.
โอย ทำไมมันถึงต้องมีเยอะแยะขนาดนั้น บางครั้งก็เหมือนมาแกล้งในเราสับสน งุนงง
จนหลายต่อหลายคนได้ยินแล้วเริ่มจะท้อ
วันนี้เลยขอมาเล่าเรื่อง tense แบบง่ายๆ เหมือนสมัยยังวัยรุ่นจับกลุ่มติวหนังสือกับเพื่อน อิอิอิ
คำถาม Tense คืออะไร ทำไมต้องเรียนเรื่อง Tense
คำตอบ แบบง่ายๆ ก็คือ tense เป็นเครื่องมือที่ใช้บอกเวลาในภาษาอังกฤษ
โดยภาษาอังกฤษใช้วิธีการเปลี่ยนรูปกริยา แทนที่จะระบุคำบอกเวลาลงไปโดยชัดเจน
เปรียบเทียบกับภาษาไทย
เราจะกินขนม วันนี้ เมื่อวานนี้ หรือ พรุ่งนี้ เราก็ใช้ กริยา กิน เหมือนเดิม
แต่ภาษาอังกฤษ ใช้วิธีการเปลี่ยนรูปกริยา เพื่อแสดงว่าเรากินเมื่อไร โดยใช้ eat (ปัจจุบัน) , ate (อดีต) , will eat (อนาคต)
ประโยค I ate all my snacks. แม้จะไม่มีคำบอกเวลาระบุว่าเป็นการ กินขนม ในอดีต แต่ด้วยรูปของกริยาที่เปลี่ยนไปเป็นรูป past tense ทำให้เราสามารถเข้าใจได้ว่า การกระทำนั้นเกิดขึ้นช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีตนั่นเอง
จริงแล้วมันควรจะง่ายๆ แค่นั้นก็พอแล้ว คือ มี ส่วนที่เป็น อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต
- Past
- Present
- Future
แต่ภาษาอังกฤษก็ขอแบ่ง 3 ช่วงเวลานั้นย่อยลงไปอีก โดยที่ แต่ละช่วงเวลาจะมีส่วนที่เป็น
- Continuous หรือ Progressive แสดงสิ่งที่ กำลังเกิด ณ ช่วงเวลานั้น
- Perfect แสดงสิ่งที่ เสร็จสมบูรณ์แล้ว ณ ช่วงเวลานั้น
- Prefect Continuous หรือ Prefect Progressive คือ ลูกผสม ที่กล่าวถึงส่วนที่เสร็จแล้ว ของเรื่องที่ดำเนินต่อเนื่องมา
- Simple คือ รูปแบบพื้นฐาน ที่ไม่ได้ระบุชี้ชัดลงไปว่า เหตุการณ์ใดกำลังดำเนินอยู่ หรือ ไม่ได้ดำเนินต่อเนื่องแล้ว
จากช่วงระยะเวลาหลัก 3 ช่วง จึงแบ่งย่อยลงไปอีก
- Past
- Continuous
- Perfect
- Perfect Continuous
- Simple
- Present
- Continuous
- Perfect
- Perfect Continuous
- Simple
- Future
- Continuous
- Perfect
- Perfect Continuous
- Simple
รวมแล้วเป็น 12 tenses พอดี
ทีนี้มาลองเขียนเล่าเรื่องราวง่ายๆ โดยใช้ทั้ง 12 tenses กัน
สมมุติว่าวันนี้เรากำลังเล่าเรื่องราวในชีวิตเราให้เพื่อนฟัง
พูดถึงอดีต
I lived in Bangkok.
Past simple บอกถึงเรื่องในอดีต
I was working as a secretary.
Past Continuous บอกว่า กำลังทำอะไรในอดีต
I had worked there for 3 years.
Past Perfect บอกว่าสิ่งไหน เกิดขึ้นและเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วในอดีต
I had been working in Bangkok for more than 10 year.
Past Perfect Continuous ประโยคลูกผสม ระหว่าง Continuous กับ Perfect จึงเป็นการบอกว่า เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งดำเนินต่อเนื่องมาระยะเวลาหนึ่งแล้วจบลงไปแล้ว ณ เวลานั้น ในอดีต
พูดถึงปัจจุบัน
I work as a baker now.
Present Simple รูปปัจจุบันธรรมดา
I am living in Alaska.
Present Continuous บอกว่าตอนนี้กำลังทำอะไร ในปัจจุบัน
I have lived here since 2018.
Present Perfect บอกถึงเหตุการณ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วในอดีตแต่ยังมีผลมาถึงปัจจุบัน
I have been workinghere for 3 years now.
Present Perfect Continuous ประโยคลูกผสม ระหว่าง Continuous กับ Perfect
บอกถึงเหตุการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องจากอดีต (ก่อนพูด) และยังคงเกิดขึ้น ณ ขณะที่พูด
พูดถึงอนาคต
I will go to Thailand next year.
Future Simple รูปอนาคตธรรมดา
I will be visiting family and friends.
Future Continuous บอกเหตุการณ์ที่จะดำเนินต่อเนื่องในชั่วขณะหนึ่งในอนาคต (เป็นการแพลนหรือคาดหมายถึงอนาคตที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น ณ ตอนที่พูด)
I will have travelled back to Alaska by April.
Future Perfect บอกวว่าเหตุการณ์ใดจะจบลงในอนาคต (เป็นการแพลนหรือคาดหมายถึงอนาคตที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น ณ ตอนที่พูด
I will have been living in Alaska for 4 years.
Future Perfect Continuous ประโยคลูกผสม ระหว่าง Continuous กับ Perfect
บอกว่าเหตุการณ์ใดจะดำเนินต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลานานเท่าใดในอนาคต (เป็นการแพลนหรือคาดหมายว่าถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นและดำเนินต่อไปในอนาคต ผลที่เกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นอย่างไร)
อ่านจบแล้ว
ลองแต่งเรื่องราวของตัวเองแบบง่ายๆ โดยใช้ tenses ให้ครบทั้ง 12 tenses ดูสิ
แล้วจะรู้ว่าเรื่อง tense มันไม่ได้ยากอย่างที่เราคิดเลย